|

เพร็พ (PrEP) ป้องกันการติดเชื้อ HIV จริงหรือ

เพร็พ (PrEP) ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis คือยาที่ใช้ในการป้องกันเชื้อเอชไอวี (HIV) ก่อนการสัมผัสโรค หรือสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับหรือสัมผัสเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง เช่น ไม่ใส่ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์ มีคู่นอนหลายคน ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อประมาณร้อยละ 90 แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ จึงยังจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ โดยแพทย์จะให้กินยาทุกวัน วันละ 1 เม็ด อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการตรวจหาการติดเชื้อ HIV และเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยา โดยแพทย์จะนัดทุก 3 เดือน ซึ่งหากแพทย์เห็นว่าไม่มีความเสี่ยงแล้ว ก็จะสั่งให้หยุดการใช้ยา

เพร็พ (PrEP) เหมาะสมกับใครบ้าง

เนื้อหาสรุป

แม้ว่าประสิทธิภาพของยาคือการช่วยต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี แต่ยาประเภทนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน หากใครที่ต้องการใช้ยาต้านไวรัสจะต้องได้รับการปรึกษาจากแพทย์ก่อน โดยกลุ่มผู้มีความเสี่ยงและเหมาะสมที่จะทานยาประเภทนี้ ได้แก่ กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ร่วมกับคู่นอนที่มีความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคหนองใน ผู้ที่ประกอบอาชีพขายบริการหรือสุ่มเสี่ยงที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ในบางกรณีจะถูกนำมาใช้กับผู้ที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อมาไม่เกิน 3 วัน เช่น กรณีของผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ กรณีถุงยางอนามัยฉีกขาดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงในกรณีที่มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น ซึ่งได้แก่

  1. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี
  2. ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  3. รักร่วมเพศ
  4. ผู้ที่ทำงานบริการทางเพศ
  5. ผู้ที่ใช้สารเสพย์ติดชนิดฉีด

วิธีการรับเพร็พ (PrEP) แบบง่ายๆ

Quicky

ผู้มารับบริการจะได้รับการตรวจเอชไอวี และการทำงานของตับและไต โดยการเข้ารับการตรวจควรงดการมีเพศสัมพันธ์เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากที่ได้รับยาเพร็พ (PrEP) ครั้งแรกจะนัดตรวจเลือด 1 เดือน หลังจากนั้นนัดตรวจ HIV ทุก 3 เดือน หากต้องการหยุดยา ผู้มารับบริการต้องมาตรวจเลือดก่อนหยุดยาเพร็พ (PrEP) ทุกครั้ง นอกจากนี้ยาเพร็พ (PrEP) ยังมีความปลอดภัยสูง อาการข้างเคียงโดยปกติที่พบบ่อยช่วงแรกของการกินยาคืออาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ และรู้สึกอ่อนเพลียบ้าง แต่อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นหลังกินยาไปได้ประมาณ  1 สัปดาห์ ทั้งนี้หากเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ นอกเหนือจากนี้แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการขอคำปรึกษาเพื่อความปลอดภัยในการทานยาในครั้งต่อๆ ไป

ประสิทธิภาพของยาเพร็พ :

ถึงแม้ยาเพร็พจะได้ชื่อว่ามีผลช่วยต้านการได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวี แต่ผลการทดสอบในปัจจุบันพบว่า ยาเพร็พยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% ดังนั้นในการรับประทานควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน สำหรับเรื่องของผลข้างเคียงในยาเพร็พที่อาจเกิดขึ้น เช่น อาจจะมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะได้เล็กน้อยในช่วงแรกของการทานยา และมักจะดีขึ้นหลังกินยาไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามคนที่ใช้ยาเพร็พควรจะเข้ารับการตรวจเลือดทุกๆ 3 เดือน 

ข้อควรระวัง : 

สำหรับผู้ที่สนใจทานยาเพร็พเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง และควรมีการทานยาต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อประสิทธิภาพในการต้านทางเชื้อไวรัส แต่อย่างที่ทราบว่ายาเพร็พไม่สามารถป้องกันการรับเชื้อได้ 100% ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรให้ความสำคัญกับการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการใช้ยา แต่หากใครที่ยังมีข้อสงสัย และอยู่ในกลุ่มผู้ที่เหมาะสมที่จะทานยาเพร็พ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในช่องทางที่สะดวกสบาย เข้าถึงง่าย และไม่ต้องกังวลกับการเขินอายในการเข้ารับการตรวจ คือ การติดต่อมูลนิธิเพื่อรัก มูลนิธิที่ร่วมรณรงค์เรื่องการเรียนรู้และการเข้าใจด้านสุขอนามัยทางเพศที่ถูกต้อง โดยสามารถติดต่อขอคำแนะนำเพื่อปรึกษาลักษณะอาการที่เป็นอยู่ผ่านช่องทาง Line, Email รวมไปถึงการจองคิวเข้าตรวจอาการฟรี ได้ที่ www. love2test.org

Similar Posts

  • เซ็กส์ประตูหลัง เสี่ยง HIV มากกว่า

    มันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะถ้าคุณอยากจะมี เซ็กส์ประตูหลัง เพราะมันไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอะไรในสมัยนี้ ด้วยเรื่องเพศที่มีอยู่ไม่จำกัดแล้วในปัจจุบัน หรือแม้แต่ชายจริงหญิงแท้ ก็รู้สึกว่าการมี เซ็กส์ประตูหลัง เป็นรสนิยมทางเพศที่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่แพ้กับการสอดใส่ทางช่องคลอดปกติเลยก็ว่าได้ แต่คุณต้องเข้าใจก่อนว่า การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักนั้น นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อโรคมากกว่าเราจึงควรเรียนรู้ในการป้องกันไว้ด้วยจะได้มีกิจกรรมทางเพศอย่างปลอดภัย เซ็กส์ประตูหลัง ดีอย่างไร การมีเซ็กส์ทางทวารหนัก เป็นกิจกรรมทางเพศที่บริเวณหูรูดทวารหนัก…

  • Trans Pride Thailand เฉลิมฉลองให้ชุมชนคนข้ามเพศครั้งประวัติศาสตร์

    งาน Trans pride thailand ครั้งแรกได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สีลมเอจ กรุงเทพฯ 15 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 12:00 น. ถึง 19:00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่ที่เป็นธรรมและเป็นกลางให้กับชุมชนคนข้ามเพศในประเทศไทย งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนข้ามเพศในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Self Determination for the Future อนาคตกำหนดได้ด้วยตัวเอง”

  • /

    ความสัมพันธ์ของค่า CD4 กับ Viral load ในผู้ป่วยเอชไอวี

    เมื่อเราติดเชื้อไวรัสเอชไอวีแล้ว ไวรัสเอชไอวีจะเจาะเข้าไปในเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน เพื่อเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ CD4 จำนวนลดลง  เมื่อ CD4  ลดลง ปริมาณ Viral Load เพิ่มขึ้น  เมื่อมีเชื้อเอชไอวี( HIV) อยู่ในร่างกายนานๆ …

  • / / /

    U=U&ME แคมเปญใหม่ใส่ใจเรื่องเอชไอวี

    เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ได้มีการจัดงานถ่ายภาพที่ Crimson Studio ในใจกลางกรุงเทพมหานคร สำหรับแคมเปญที่มีชื่อว่า “U=U&ME” ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิ Love Foundation แคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกับเอชไอวีในสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และการต่อต้านการตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทยและทั่วโลก

  • การตรวจหาเชื้อ HIV มีความสำคัญอย่างไร

    HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและสามารถนำไปสู่ภาวะโรคเอดส์ (AIDS) ได้ หากไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า การติดเชื้อ HIV ไม่ได้เป็นโทษประหารชีวิตอีกต่อไป ผู้ที่ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงได้หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การตรวจหาเชื้อ HIV เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ นอกจากจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น และยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชากรโดยรวม

  • อาการแบบนี้ ต้องตรวจเอชไอวีหรือไม่

    หลายคนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แต่ยังไม่ตัดสินใจไปตรวจเลือด เนื่องจากรอให้เกิดอาการเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปตรวจ ความจริงแล้ว เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครบ้างที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ เพราะไม่สามารถสังเกตจากอาการที่เป็น หรือรูปร่างลักษณะได้เลย เราจึงแนะนำได้ว่า ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ ก็ตาม หากมีความเสี่ยงว่าคุณอาจจะติดเชื้อ คุณควรทำการตรวจคัดกรองไวรัสเอชไอวีทันที การตรวจเอชไอวี…