อาการแบบนี้ ต้องตรวจเอชไอวีหรือไม่

หลายคนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แต่ยังไม่ตัดสินใจไปตรวจเลือด เนื่องจากรอให้เกิดอาการเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปตรวจ ความจริงแล้ว เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครบ้างที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ เพราะไม่สามารถสังเกตจากอาการที่เป็น หรือรูปร่างลักษณะได้เลย เราจึงแนะนำได้ว่า ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ ก็ตาม หากมีความเสี่ยงว่าคุณอาจจะติดเชื้อ คุณควรทำการตรวจคัดกรองไวรัสเอชไอวีทันที

การตรวจเอชไอวี เป็นวิธีเดียวที่ทำให้รู้ว่า คุณติดเชื้ออยู่หรือไม่ รวมทั้งช่วยลดความวิตกกังวลลงไปได้เป็นอย่างมาก เพราะหากคุณไม่มีเชื้อ คุณจะได้หันมาดูแลสุขภาพของตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง และเพิ่มการป้องกันให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แต่หากคุณติดเชื้อ คุณจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เริ่มทานยาต้านไวรัสเอชไอวีทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการของโรคเสียก่อนจะสายเกินแก้นะครับ

อาการโรคเอดส์ ระยะเฉียบพลัน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ป้องกันเอดส์ ตรวจเอชไอวี เอดส์ระยะแรก

อาการระยะเฉียบพลันของเชื้อเอชไอวี

เนื้อหาสรุป

ในบางรายพบว่า มีอาการระยะเฉียบพลัน ซึ่งเป็นระยะแรกของการติดเชื้อเอชไอวี มักจะเกิดขึ้นประมาณ 14-30 วันหลังจากได้รับเชื้อ อาการเฉียบพลัน ได้แก่

  • มีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ท้องเสีย
  • รู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายและข้อต่าง ๆ อ่อนเพลีย
  • มีผื่นขึ้น และเหงื่อออกเยอะในตอนกลางคืน
  • มีแผลในช่องปาก มีแผลบริเวณอวัยวะเพศ
Quicky

โดยอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเพราะร่างกายตอบสนองต่อเชื้อเอชไอวีนั่นเอง ช่วงเวลานี้มีความเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย ต่อมาภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเข้าควบคุมปริมาณของไวรัสเอชไอวีให้อยู่ในระดับคงที่ จากระยะเฉียบพลันนี้เป็นระยะสงบ หรือเรียกว่าระยะติดเชื้อเรื้อรัง โดยจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลย จากระยะนี้ อาจส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนเข้าสู่ระยะต่อไปของโรคเอดส์ได้ หากไม่ได้ทำการรักษาทันที ใช้เวลา 7-8 ปี หรือในบางรายนานถึง 10 ปีเลยทีเดียวครับ

ตรวจเอชไอวีได้เลย ไม่ต้องรอให้มีอาการ

ยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่เข้าใจว่าไม่มีอาการก็แสดงว่ายังไม่ติดเชื้อเอชไอวี แถมบางคนยังมีความเสี่ยงสูงแต่ก็ไม่ฉุดคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสติดเชื้อได้ เพราะคิดว่าความเสี่ยงน้อย หรือยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีได้ไม่มากพอ ทั้งที่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 15-25 ปี

ใครบ้างที่ควรตรวจเอชไอวี ?

  1. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ แบบไม่ป้องกัน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย
  2. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ แล้วถุงยางอนามัยแตกรั่ว
  3. ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ กับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี
  4. ผู้ที่ไม่เคยตรวจเอชไอวีเลย หรือผู้ที่เคยตรวจครั้งสุดท้ายมากกว่า 3-6 เดือน
  5. ผู้ที่ใช้สารเสพติดประเภทฉีดเข้าเส้น
  6. บุคลากรทางการแพทย์ถูกเข็มทิ่มตำโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น

ถ้าผู้ติดเชื้อรู้ตัวเร็ว ก็สามารถรักษาได้แม้จะไม่ถึงกับหายขาดจากไวรัสเอชไอวีไปเลย แต่ก็ไม่ทำให้เจ็บป่วย หรือเกิดโรคแทรกซ้อน การรักษาเอชไอวีด้วยยาต้านไวรัสจะช่วยให้การเพิ่มจำนวนของเชื้อลดน้อยลง ประกอบกับการปฏิบัติตนของผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน

เอชไอวี เอดส์ โรคเอดส์ ซิฟิลิส หนองใน อาการเอดส์ วิธีสังเกตคนเป็นเอดส์ เอดส์มีกี่ระยะ

เพราะเอชไอวี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ปัจจุบันมีการพัฒนาตัวยาใหม่ ๆ ที่ช่วยกดเชื้อไวรัสเอชไอวีให้ไม่ขยายตัวเพิ่ม และทำร้ายภูมิคุ้มกันของเรา ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวียังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ ยังทำงาน หรือแม้แต่มีครอบครัว มีลูกได้ พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับความน่ากลัวของโรคอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด

“ChatLove2test"

การที่เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการตรวจเอชไอวี มองให้เป็นเหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อได้ การตรวจเอชไอวี เป็นเรื่องที่มีแต่ประโยชน์ และทุกคนควรจะตรวจเช็คด้วยความภาคภูมิใจ ไม่ต้องเขินอาย หรือหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะนี่จะเป็นวิถีที่ทำให้สังคมลดการรังเกียจและตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากทุกคนต่างตรวจเลือดกันเป็นปกติ รวมทั้งการรู้สถานะเอชไอวีของตัวเองนั้นยังนำไปสู่การป้องกันโรคเอดส์ไปได้ตลอดทั้งชีวิตเลยด้วยครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Similar Posts

  • แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน

    เชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus) คือ ไวรัสที่จะเข้าไปกัดกินทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome – AIDS) คือ กลุ่มอาการของการติดเชื้อโรคแทรกซ้อนต่างๆ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่งกายถูกเชื้อเอชไอวีทำลายจนไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายเหล่านี้ได้…

  • เอดส์ (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome)

    เอดส์ (AIDS หรือ Acquired Immune Deficiency Syndromes) คือ กลุ่มอาการของโรคฉวยโอกาส เกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าไปจนถึงระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ เชื้อไวรัสจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยมีจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ลดลง จนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง…

  • /

    ตรวจเอชไอวีไม่เจอ มาจากสาเหตุใดบ้าง?

    การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี  ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบ หรือไม่เจอเชื้อ ก็เป็นการได้เริ่มต้นป้องกันตัวเองอย่างจริงจัง หรือถ้าตรวจเจอเชื้อ ก็ถือว่าเป็นการรู้ตัวก่อนที่จะป่วยขึ้นมา เพื่อได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ป่วยหรือ เสียชีวิตจากโรคเอดส์ อีกทั้งสามารถป้องกันคนที่เรารักและคนอื่นๆ ไม่ให้ติดเชื้อจากเราได้ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี สามารถแบ่ง 2 ลักษณะ คือ…

  • /

    โรคติดเชื้อฉวยโอกาส ในผู้ป่วยเอชไอวีที่พบได้บ่อย

    การติดเชื้อโรคฉวยโอกาส หรือภาวะแทรกซ้อน ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนปกติทั่วไป แต่จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยโรคเอดส์ อาจป่วยด้วยโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ได้พร้อมกันมากกว่า 1 โรค โรคติดเชื้อฉวยโอกาส หรือภาวะแทรกซ้อน คือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยโรคเอดส์ จะมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาส หรืออาการภาวะแทรกซ้อนระยะเริ่มต้น…

  • เซ็กส์ประตูหลัง เสี่ยง HIV มากกว่า

    มันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะถ้าคุณอยากจะมี เซ็กส์ประตูหลัง เพราะมันไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอะไรในสมัยนี้ ด้วยเรื่องเพศที่มีอยู่ไม่จำกัดแล้วในปัจจุบัน หรือแม้แต่ชายจริงหญิงแท้ ก็รู้สึกว่าการมี เซ็กส์ประตูหลัง เป็นรสนิยมทางเพศที่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่แพ้กับการสอดใส่ทางช่องคลอดปกติเลยก็ว่าได้ แต่คุณต้องเข้าใจก่อนว่า การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักนั้น นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อโรคมากกว่าเราจึงควรเรียนรู้ในการป้องกันไว้ด้วยจะได้มีกิจกรรมทางเพศอย่างปลอดภัย เซ็กส์ประตูหลัง ดีอย่างไร การมีเซ็กส์ทางทวารหนัก เป็นกิจกรรมทางเพศที่บริเวณหูรูดทวารหนัก…

  • / /

    U=U เอชไอวีเท่ากับศูนย์

    ตรวจไม่พบ = ไม่แพร่เชื้อ” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า U=U เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนแปลงวิธีการต่อสู้กับโรคเอดส์/เอชไอวีใน หมายถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้เรารู้ว่า ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีและรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) อย่างมีประสิทธิภาพจนกระทั่งปริมาณไวรัสลดต่ำจนไม่สามารถตรวจพบได้ จะไม่สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับผู้อื่นผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้