|

ตรวจเอชไอวีไม่เจอ มาจากสาเหตุใดบ้าง?

ตรวจเอชไอวีไม่เจอ มาจากสาเหตุใดบ้าง

การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี  ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบ หรือไม่เจอเชื้อ ก็เป็นการได้เริ่มต้นป้องกันตัวเองอย่างจริงจัง หรือถ้าตรวจเจอเชื้อ ก็ถือว่าเป็นการรู้ตัวก่อนที่จะป่วยขึ้นมา เพื่อได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ป่วยหรือ เสียชีวิตจากโรคเอดส์ อีกทั้งสามารถป้องกันคนที่เรารักและคนอื่นๆ ไม่ให้ติดเชื้อจากเราได้

การตรวจหาเชื้อเอชไอวี สามารถแบ่ง 2 ลักษณะ คือ ตรวจคัดกรอง และตรวจยืนยัน

เนื้อหาสรุป

1. การตรวจคัดกรอง คือ การตรวจเพื่อกรองบุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อเอชไอวี ว่ามีโอกาสได้รับเชื้อหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจโดย Rapid Test เป็นชุดตรวจที่ตรวจง่าย รู้ผลรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ซึ่งมีความแม่นยำสูง 

Quicky

หากผลตรวจพบว่า มีโอกาสพบเชื้อเอชไอวี ผู้ตรวจควรดำเนินการตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล หรือคลินิกได้ทันที การตรวจแบบคัดกรองนี้ไม่สามารถยืนยัน หรือสรุปได้ว่าคุณเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี

2. การตรวจยืนยัน คือ การตรวจยืนยัน อีกครั้งหลังจาก คุณทำการตรวจคัดกรองมาแล้ว และพบว่ามีโอกาส ได้รับการติดเชื้อเอชไอวี 

ทำไมถึงต้องตรวจคัดกรองก่อน เพราะปัจจุบัน การตรวจยืนยัน ยังอาจใช้เวลานาน กว่าจะทราบผล และมีผู้ป่วยมารับบริการจำนวนมาก ดังนั้นหากมีการตรวจคัดกรองมาก่อน ก็จะสามารถช่วยคัดกรองผู้ป่วย ที่มีโอกาสพบเชื้อ กับผู้ที่ไม่มีโอกาสพบเชื้อ ให้สามารถเข้าสู่ระบบการตรวจรักษาได้เร็วขึ้น และลดภาระงาน ในการตรวจของเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น

ระยะเวลาในการตรวจเอชไอวี

ตรวจเอดส์ ไม่เจอ เกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง

การจะแพร่เชื้อได้นั้น จะต้องมีปริมาณของเชื้อไวรัสมากพอสมควร โดยเกณฑ์ที่ใช้เทียบเคียง คือ ต้องมีปริมาณไวรัสในเลือดตั้งแต่ 200 – 1,000 copies/ซีซีของเลือด จึงจะสามารถแพร่เชื้อได้ และชุดตรวจเอชไอวีในปัจจุบัน สามารถตรวจได้ต่ำสุดตั้งแต่ 20-50 copies/ซีซีของเลือด

การตรวจเอดส์ไม่เจอนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ จาก 2 กรณี ได้แก่

“ChatLove2test"

กรณีที่ 1 คือ ระยะเวลาในการตรวจนั้น เร็วเกินไป ผู้ที่ได้รับความเสี่ยงมา บางคนอาจจะใจร้อน รีบตรวจเกินไปร่างกายยังไม่มีการสร้างแอนติบอดีขึ้นมา ทำให้หากตรวจในระยะเวลาที่เร็วเกินไปอาจจะตรวจไม่เจอเอดส์ นั่นเอง 

ปัจจุบันวิธีการตรวจจะพัฒนาขึ้นมาก และสามารถตรวจได้เร็วสุดภายในหนึ่งสัปดาห์ ด้วยวิธีการตรวจแบบ NAT แต่หากตรวจด้วยวิธีอื่น ระยะเวลาที่ดีที่สุดที่สมควรตรวจ คือ 30 วัน และควรตรวจซ้ำอีกทุก 30 วัน เป็นเวลา 3 เดือน หรือตรวจอีกครั้งหลัง 3 เดือน ก็สามารถทำได้ แต่หากตรวจพบว่ามีโอกาสพบเชื้อตั้งแต่ครั้งแรก ให้รีบตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล หรือคลินิก ทันที หากไม่พบเชื้อถึงจะสามารถปิดเคสได้

กรณีที่ 2 คือ เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีอยู่แล้ว โดยรับประทานยาต้านไวรัสสอย่างต่อเนื่อง ในทุกๆ วัน ติดต่อกันนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีปริมาณไวรัสเอชไอวีอยู่ในเลือดต่ำกว่า 50 copies ต่อซีซีของเลือด ชุดทดสอบจึงตรวจไม่เจอ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เชื้อหมดจากร่างกายแล้ว เพียงแต่ทานยาต้านไวรัสต่อเนื่อง แต่หากหยุดทานยา เชื้อก็จะเพิ่มขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

ตรวจหาเชื้อ HIV มีโอกาสได้ผลผิดพลาดไหม?

มีโอกาสผิดพลาด คือ ได้รับผลการทดสอบเอชไอวีผิดพลาด จากการทดสอบที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดตามไปด้วย เพราะการทดสอบมีระยะเวลา 3-6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ใครๆ ก็สามารถติดเชื้อเอชไอวีได้ แต่ไวรัสจะไม่ปรากฏในการทดสอบแอนติบอดี ซึ่งหมายความว่าอาจมีคนติดเชื้อเอชไอวีในช่วงเวลาดังกล่าว แต่จะไม่ปรากฏในการทดสอบแอนติบอดีจนกว่าจะผ่านไปนาน 6 เดือน

“PrEPLove2test"

ตรวจเอดส์ไม่เจอ เท่ากับไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อแล้วหรือเปล่า?

  • ระยะเวลาในการตรวจนั้น เร็วเกินไป หลังไปเสี่ยงสัมผัสเชื้อมา  แนะนำให้ตรวจอีกรอบ เพื่อความมั่นใจ ในระยะที่น่าเชื่อถือ หรือระยะการตรวจเชื้อ หากไม่พบเชื้อถึงจะสรุปได้ว่าไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ
  • การกินยาต้านไวรัสที่ทานมาอย่างยาวนาน ออกฤทธิ์ไปกดเชื้อไว้ ไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ให้เชื้อทำอันตรายต่อร่างกายไปมากกว่านี้ ซึ่งการตรวจอาจจะไม่เจอเชื้อไวรัส แต่เชื้อไวรัสเอชไอวียังคงอยู่ในร่างกายไม่หายขาด สรูปก็คือเป็นผู้ติดเชื้ออยู่นั่นเอง
U=U จริงหรือไม่

U = U ตรวจไม่เจอเชื้อเอดส์ = ไม่แพร่เชื้อ จริงหรือไม่

U=U หรือ Undetectable = Untransmittable คือ ไม่เจอ = ไม่แพร่ ดังนั้นหากทำการตรวจไม่เจอเชื้อเอชไอวี ก็จะไม่สามารถถ่ายทอด หรือแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้

หากตรวจเลือดแล้ว ไม่เจอว่ามีการติดเชื้อ แลไม่ทำตัวเองให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อขึ้นอีกได้ การตรวจไม่เจอว่าติดเชื้อ ก็คือไม่แพร่เชื้อเช่นกัน แต่ถ้าหากมีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ เช่น การไม่สวมถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ PrEP หลังจากเสี่ยงสัมผัสเชื้อ ก็ทำให้เป็นผู้ที่ไม่ติดเชื้อมีโอกาสติดเชื้อได้อยู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ :

  • ตรวจเอดส์ ไม่เจอ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? http://www.thaihivhometest.com/ตรวจเอดส์-ไม่เจอ/
  • ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่ (Undetectable = Untransmissable, U = U) http://www.thaiaidssociety.org/index.php?option=com_content&view=article&id=179&Itemid=90

Similar Posts

  • รู้จัก Chemsex ปัจจัยเพิ่มโอกาสติด HIV/STD

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รู้จัก Chemsex กลายเป็นคำที่แพทย์ นักวิชาการ และผู้ทำงานด้านสุขภาพทางเพศพูดถึงมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน และกลุ่มที่มีการใช้แอปพลิเคชันหาคู่หรือมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด Chemsex ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นพฤติกรรมที่ถูกมองข้ามมาอย่างยาวนาน และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียง “รสนิยมส่วนตัว” หรือ “ความสนุกชั่วคราว”

  • ตรวจเอชไอวี..ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

    ปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี และเอดส์ เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตทั่วโลก และยังเป็นโรคที่คุกคามมนุษยชาติที่ร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่งในปัจจุบันนี้ เนื่องจากยังเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่สามารถรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ด้วยการทานยาต้านไวรัส เพื่อสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป จะดีกว่าไหมถ้าหากเราคิดจะป้องกันโรคนี้ไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอนใช่ไหมครับ เอชไอวีคืออะไร? เอชไอวี (HIV) ย่อมาจาก Human Immunodeficiency…

  • วัยรุ่นไทยกับเอชไอวี: ทำไมกลุ่มนี้ยังเสี่ยงสูง

    ทุกวันนี้ วัยรุ่นไทยกับเอชไอวี หลายคนอาจคิดว่าเอชไอวีเป็นปัญหาที่ห่างไกล หรือเป็นเรื่องของ “คนบางกลุ่ม” เท่านั้น แต่เมื่อมองใกล้ ๆ จะพบว่าวัยรุ่นคือกลุ่มที่น่าห่วงมากที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ กำลังอยากรู้อยากลอง อยากพิสูจน์ตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทางสังคมหรือความรู้มากพอที่จะป้องกันตัวเองได้อย่างรอบด้าน

  • ชุดตรวจ HIV ราคาเท่าไหร่ ซื้อได้ที่ไหน ?

    ถึงแม้การตรวจเอชไอวี ในปัจจุบัน จะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถเดินเข้าไปตรวจได้ ณ สถานพยาบาลทุกที่ ยิ่งหากคุณเป็นคนไทยที่ถือครองบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ ก็สามารถได้รับสิทธิการตรวจเอชไอวีฟรี ปีละ 2 ครั้ง จากโรงพยาบาลรัฐที่มีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโรงพยาบาลที่คุณมีสิทธิประกันสังคมอยู่ ดังนั้น การที่รัฐเอื้ออำนวยให้การตรวจเลือดคัดกรองเชื้อไวรัสเอชไอวีง่ายขึ้น…

  • /

    ความสัมพันธ์ของค่า CD4 กับ Viral load ในผู้ป่วยเอชไอวี

    เมื่อเราติดเชื้อไวรัสเอชไอวีแล้ว ไวรัสเอชไอวีจะเจาะเข้าไปในเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน เพื่อเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ CD4 จำนวนลดลง  เมื่อ CD4  ลดลง ปริมาณ Viral Load เพิ่มขึ้น  เมื่อมีเชื้อเอชไอวี( HIV) อยู่ในร่างกายนานๆ …

  • การตรวจหาเชื้อ HIV มีความสำคัญอย่างไร

    HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและสามารถนำไปสู่ภาวะโรคเอดส์ (AIDS) ได้ หากไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า การติดเชื้อ HIV ไม่ได้เป็นโทษประหารชีวิตอีกต่อไป ผู้ที่ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงได้หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การตรวจหาเชื้อ HIV เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ นอกจากจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น และยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชากรโดยรวม