โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์..ภัยร้ายอันตรายถึงชีวิต

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภัยร้ายอันตรายถึงชีวิต

“โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ติดต่อระหว่างผู้มีเชื้อกับผู้รับเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งจากการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทวารหนัก และยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ ปัญหาหลักของโรคเหล่านี้ คือ ผู้ป่วยมักทราบว่าตนเองมีความผิดปกติเมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว บางคนก็เพิกเฉยต่ออาการเหล่านั้น หรืออายที่จะเข้ารับการรักษากับแพทย์

สาเหตุของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

เนื้อหาสรุป

  • เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ บางชนิดไม่มียารักษา และบางชนิดยังสามารถฝังตัวอยู่ และกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • เกิดจากเชื้ออื่น ๆ เช่น พยาธิ สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีอะไรบ้าง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง ?

หนองใน (Gonorrhoea) 

หนองใน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ และมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา

หูดหงอนไก่ (Condyloma Acuminata)

Quicky

หูดหงอนไก่ เกิดจากไวรัส Human papillomavirus ลักษณะเป็นติ่งเนื้ออ่อน ๆ สีชมพูคล้ายหงอนไก่ ในผู้ชายมักพบที่อวัยวะเพศบริเวณใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตลอดทั้งบริเวณรอบรอยเปิดขอบ, ท่อปัสสาวะ และอัณฑะ ส่วนผู้หญิงจะพบที่ปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ปากมดลูก ปากทวารหนักและฝีเย็บ หูดมีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ

ซิฟิลิส (Syphilis)

ซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อ Treponema pallidum เป็นโรคที่มีอันตราย และมีอาการเรื้อรัง สามารถติดต่อยาวนานกว่า 2 ปี ลักษณะการติดเชื้อเริ่มแรกจะเป็นก้อนแข็ง แต่ไม่เจ็บที่บริเวณอวัยวะเพศ หากไม่รักษาจะกลายเป็นระยะที่สองที่เรียกว่า เข้าข้อหรือออกดอก ถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้เกิดโรคแก่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายหลายระบบ

เริมที่อวัยวะเพศ (Genita Herpes)

เริมที่อวัยวะเพศ เกิดเชื้อไวรัส herpes simplex virus ทำให้เกิดอาการปวดแสบบริเวณขา ก้นหรืออวัยวะเพศ และตามด้วยผื่นเป็นตุ่มน้ำใส แผลหายได้เองใน 2-3 สัปดาห์ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อก็จะกลับเป็นใหม่

หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum)

หูดข้าวสุก เกิดจากเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum virus (MCV) ทำให้เกิดเป็นตุ่มนูนบนผิวหนัง ผิวเรียบขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร จะพบมากขึ้นในรายที่มีการติดเชื้อ HIV จำนวนตุ่มที่เกิดขึ้นอาจมีมากหรือน้อยขึ้นกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยขณะนั้น ว่าร่างกายมีความแข็งแรงเพียงใด

โลน (Pediculosis Pubis)

โลน เกิดจากแมลงตัวเล็กที่เรียกว่า pediculosis pubis อาศัยอยู่ที่ขนหัวหน่าว ชอบไชตามรากขนอ่อน และดูดเลือดคนเป็นอาหาร ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการคัน เมื่อเกาจะทำให้เชื้อแพร่ไปยังบริเวณอื่นได้ ติดต่อได้จากการสัมผัสทางเพศกับผู้ป่วย หรือใช้กางเกงชั้นในร่วมกัน

“ChatLove2test"

เอดส์ (AIDS)

เอดส์ เกิดจากการรับเชื้อ Human immunodeficiency virus หรือ HIV เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง จึงทำให้เชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และสาเหตุการเสียชีวิตก็มักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ ที่จะทำให้อาการรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

อาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์ ?

  • ในผู้ชาย ปัสสาวะแสบขัด ขาหนีบบวม เป็นฝี เจ็บปวดอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผลบริเวณอวัยวะเพศ มีเมือกใสหรือหนองไหลออกมา
  • ในผู้หญิง รู้สึกเจ็บเสียวท้องน้อย ขาหนีบบวม เป็นฝี เจ็บปวด คันอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผลบริเวณอวัยวะเพศ มีตกขาวสีเหลืองมีกลิ่นเหม็น
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • ต้องรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค
  • แจ้งคู่นอนให้ทราบว่า เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อจะได้ป้องกัน ไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่คนอื่น
  • รักษาอาการ และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการอักเสบลุกลาม
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของมึนเมาทุกชนิด
  • ไม่ควรซื้อยามารักษาเอง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์                                                      
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • ฉีดวัคซีนป้องกันการเกิดโรค
  • ตรวจโรคเป็นประจำทุกปี
  • รักษาความสะอาดร่างกายและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ                      

ขอบคุณข้อมูล : Tumboltasai ,Kapook

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม

Similar Posts

  • โรคหนองใน (Gonorrhoea)

    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากการติดต่อผ่านทางเพศกับคนที่เป็นโรค หรือคนที่ติดเชื้อ ทั้งจากการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทวารหนัก และสามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ ผ่านการถ่ายโอนเลือด หรือการใช้เข็มร่วมกันได้เหมือนกัน   โดยสามารแบ่งประเภทเชื้อที่เป็นต้นเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น ๆ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส …

  • กามโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    กลุ่มโรคที่เกิดจากการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคหรือคนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เดิมมีชื่อว่า กามโรค (venereal diseases) ในปัจจุบันมีการค้นพบโรคในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted infections, STIs) โรคที่สำคัญคือ ซิฟิลิส…

  • ถาม – ตอบ เกี่ยวกับโรคซิฟิลิส

    ซิฟิลิส เป็นอีกโรคหนึ่งที่ร้ายแรงและมีคนเป็นโรคนี้จำนวนมาก เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยระมัดระวังในการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัย และมีคำถามมากมายเกี่ยวกับโรคซิฟิลิส ถาม : ซิฟิลิสเกิดจากอะไร  ?   ตอบ : ซิฟิลิส (Syphilis)…

  • ทำไมการตรวจสุขภาพทางเพศ เป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่คนมีความเสี่ยง

    เมื่อพูดถึง “การตรวจสุขภาพทางเพศ” หลายคนยังคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องของคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเท่านั้น เช่น คนที่มีคู่นอนหลายคน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรืออยู่ในกลุ่มเฉพาะบางกลุ่ม แต่ในความเป็นจริง สุขภาพทางเพศเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพ อัตลักษณ์ทางเพศ อายุ หรือรูปแบบความสัมพันธ์แบบใดก็ตาม

  • เป็นหนองใน ซื้อยากินเองได้ไหม?

    “หนองใน” หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า หนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่ปลอดภัย คำถามยอดฮิตคือ “เป็นหนองใน ซื้อยากินเองได้ไหม?” คำตอบอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเกี่ยวข้องทั้งเรื่องสุขภาพ การดื้อยา และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหากรักษาไม่ถูกวิธี หนองในคืออะไร? หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย…

  • ฝีที่อวัยวะเพศ รักษาอย่างไร?

    ฝีที่อวัยวะเพศ หมายถึงการรวมตัวของตุ่มหนองขนาดใหญ่ บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อซึ่งเป็นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ส่งผลต่อสุขภาพต่างๆ ของร่างกายและกระทบต่อช่องคลอด อุ้งเชิงกราน องคชาต ทวารหนัก หรือถุงอัณฑะ ฝีที่อวัยวะเพศ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองในแท้ โรคหนองในเทียม หรือโรคซิฟิลิส เป็นต้น ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การพัฒนาของโรคฝีที่อวัยวะเพศ ได้แก่ สุขอนามัยทางเพศ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง การบาดเจ็บหรือมีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ การอุดตันของต่อมเหงื่อ ทำให้มีอาการปวด บวม แดง รู้สึกเหมือนโดนกดทับ มีหนอง สารคัดหลั่ง และมีไข้ การดูแลทางการแพทย์อย่างทันท่วงที เป็นสิ่งจำเป็นในการวินิจฉัยรักษา และป้องกันภาวะแทรกซ้อนของฝีที่อวัยวะเพศ