CD4 ถูกทำลายจะเป็นอย่างไร ?

CD4 ถูกทำลายจะเป็นอย่างไร

CD4 ย่อมาจากคำว่า Cluster of Differentiation 4 บางครั้งถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells CD4คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ที่มีหน้าที่ควบคุม และต่อสู้กับเชื้อโรค และมีบทบาทในการจัดระบบภูมิต้านทานของร่างกายต่อการติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส หลายคนอาจยังเข้าใจผิดว่า CD4คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือภูมิต้านทานในร่างกายของผู้ติดเชื้อเอชไอวีเพียงเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ในคนที่ร่างกายปกติก็มีเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือ CD4เช่นเดียวกัน

CD4สำคัญอย่างไรกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ?

เนื้อหาสรุป

การติดเชื้อเอชไอวีมีเพียงประมาณ 5-10% ของเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4ส่วนที่เหลือ 90-95% ตายแล้วจากการทำลายของเชื้อเอชไอวี จะเห็นได้ว่าการที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน เกิดจากจำนวน CD4ที่ลดลง มากกว่าปัญหาจากจำนวนเชื้อเอชไอวี ที่เพิ่มมากขึ้น เพราะถือว่าผู้ติดเชื้อนั้นเข้าสู่ระยะที่เป็นโรคเอดส์  และมีโอกาสที่จะเป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาส  เช่น โรคปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis (PCP) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่พบมากในผู้ป่วยเอดส์

ระดับ CD4 ที่น่าเป็นห่วง

ระดับ CD4ที่น่าเป็นห่วง

Quicky

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี จากการตรวจวัด CD4จะอยู่ที่ ระดับน้อยกว่า 200  ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ เรียกว่า โรคติดเชื้อฉวยโอกาสเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีได้รับยาต้านไวรัส จะทำให้ค่า CD4เพิ่มขึ้นตามลำดับ และจะเริ่มคงที่อยู่ที่ระดับ 500 – 600 ตามแต่สภาพทางร่างกายของแต่ละคน

เมื่อ CD4 ถูกทำลายแล้วจะเป็นอย่างไร ?

  • ทางตรง:  CD4ที่ติดเชื้อจะเอชไอวีถูกขโมยเนื้อเยื่อ และสารประกอบไปผลิตเชื้อเอชไอวีตัวใหม่ และเมื่อลูกหลานของเชื้อเอชไอวีจำนวนมากผุดออกมาจากเซลล์ CD4ตัวนั้นจะตายลง เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในถูกทำลายอย่างหนัก หรือถ้ายังไม่ตายในทันทีก็ จะหมดอายุและตายในเวลาต่อมา
  • ทางอ้อม:  CD4ที่ติดเชื้ออาจตั้งโปรแกรม ทำลายตัวเอง (Apoptosis) เมื่อระบบ และกลไกการทำงานของเซลถูกรบกวนจากการผลิตลูกหลานของเชื้อเอชไอวี ผู้มีเชื้อส่วนใหญ่ จะมีเซลล์ Apoptosis ในกระแสเลือด และต่อมน้ำเหลืองจำนวนมากกว่าคนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี

ระดับ CD4และการรักษาเอชไอวี

เมื่อระดับ CD4 ต่ำกว่า 350 แพทย์จะเริ่มแนะนำให้คุณรับยาต้านไวรัส ซึ่งในระดับนี้ยังขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการรับยาต้านหรือไม่ แต่ ถ้า CD4อยู่ที่ 200-250 คุณควรจะต้องรับยาต้านไวรัส เนื่องจากระดับ CD4บ่งชี้ว่าคุณมีความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส หากเริ่มรับยาต้านแล้ว ระดับ CD4จะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และจะเริ่มคงที่อยู่ที่ระดับ 500 – 600 ตามแต่สภาพทางร่างกายของแต่ละคน แต่ถ้าระดับ CD4ยังคงลดลงในการตรวจหลายๆครั้ง คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผิดปกติในการรักษา

วิธีเพิ่มระดับ CD4

วิธีเพิ่มระดับ CD4

การเพิ่ม CD4ให้สูงขึ้น มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย มากกว่าการลดจำนวนเชื้อเอชไอวี ให้น้อยลง เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยมีค่า CD4เพิ่มสูงขึ้นจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆ หรือโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ การเพิ่ม CD4โดยทั่วไป อาจทำได้ด้วยการกินยาอย่างเคร่งครัด พักผ่อนให้เพียงพอ  การทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

Similar Posts

  • เอชไอวีกับผลกระทบต่อ สุขภาพจิต

    เอชไอวีกับ สุขภาพจิต เป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน เอชไอวีเป็นไวรัสทำให้ร่างกายอ่อนแอด้วยการเข้าทำลายระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถนำไปสู่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ได้ในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แม้ว่าเชื้อเอชไอวีจะเป็นภาวะสุขภาพทางกาย แต่ก็สามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อ สุขภาพจิต ได้เช่นกัน “สุขภาพจิต” หมายถึง ความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์ จิตใจ และสังคม ของบุคคลนั้น ในบทความนี้ เราจะสำรวจผลกระทบของเอชไอวีต่อสุขภาพจิต และหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ การเผชิญปัญหา สำหรับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้น

  • เมื่อติดเชื้อเอชไอวี ร่างกายจะเป็นอย่างไร?

    คำว่า “เอชไอวี” (HIV) มักถูกเชื่อมโยงกับความกลัว ความกังวล และการตีตราในสังคม แต่แท้จริงแล้ว เมื่อติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไปอย่างมาก สิ่งสำคัญคือ การทำความเข้าใจว่า เมื่อร่างกายได้รับเชื้อเอชไอวีแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น?

  • /

    รู้จักเป๊ป (PEP) ยาต้านฉุกเฉิน

    ยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้สูงสุดถึง 99% หากมีการใช้อย่างถูกวิธี Exposure prophylaxis เป็นยาที่ทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรคอื่น โดยก่อนการรับยาต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากประวัติของคนไข้ว่าตรงตามเงื่อนไขการรับยาหรือไม่ ประกอบกับการตรวจเลือดตามมาตรฐานสากล(คนไข้ที่จะรับยาจะต้องมีผลเอชไอวี เป็นลบ) และยาในกลุ่มนี้ต้องพิจารณาจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ต้องกินยาเป๊ป…

  • /

    AIDS กับ HIV ต่างกันอย่างไร? ไขความเข้าใจผิดที่ยังพบบ่อย

    AIDS กับ HIV เหมือนกันหรือไม่? บทความนี้ไขความเข้าใจผิดที่พบบ่อย อธิบายความแตกต่าง ช่องทางการติดต่อ แนวคิด U=U การป้องกัน และการตรวจเอชไอวี พร้อมข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยในปี 2026

  • ตรวจเอชไอวีเมื่อไหร่ดีล่ะ?

    ความจริงแล้ว การตรวจเอชไอวีสามารถทำได้ทันที โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้มีความเสี่ยงเสียก่อนถึงจะไปตรวจเลือด ถ้าหากคุณยังไม่เคยตรวจคัดกรองไวรัสเอชไอวีมาก่อน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะรู้สถานะของตนเอง

  • เอดส์ (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome)

    เอดส์ (AIDS หรือ Acquired Immune Deficiency Syndromes) คือ กลุ่มอาการของโรคฉวยโอกาส เกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าไปจนถึงระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ เชื้อไวรัสจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยมีจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ลดลง จนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง…